โลโก้มูลนิธิพลังศรัทธาธรรม สถานชีวาภิบาล มูลนิธิพลังศรัทธาธรรม
ร่วมทำบุญ
พระอาจารย์อาภาสิริ
หน้าหลัก / เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเรา

สถานชีวาภิบาล มูลนิธิพลังศรัทธาธรรม

ศูนย์ดูแลพระสงฆ์อาพาธ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้มีภาวะพึ่งพิง และผู้สูงอายุ

01ข้อมูลเกี่ยวกับสถานชีวาภิบาล

สถานชีวาภิบาล มูลนิธิพลังศรัทธาธรรม

ลักษณะหน่วยบริการ
ศูนย์ดูแลพระสงฆ์อาพาธ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้มีภาวะพึ่งพิง และผู้สูงอายุ
ที่ตั้ง (สาขาสำนักงานมูลนิธิ)
เลขที่ 277 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองบัวระเหว อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ
ลักษณะการดำเนินงาน
สถานชีวาภิบาลในองค์กรชุมชน ตามนโยบายการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข
ลักษณะการบริการ
รับดูแลผู้ป่วยที่สิ้นสุดกระบวนการรักษาจากโรงพยาบาล ให้กลับมาพักฟื้นและได้รับการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ระเบียงทางเดินหน้าอาคารผู้ป่วยสถานชีวาภิบาลซุ้มทางเข้าและศาลพระภูมิหน้าสถานชีวาภิบาล

ผู้รับผิดชอบองค์กร

นางเบญจมาศ อุปการประธานมูลนิธิพลังศรัทธาธรรม · ผู้รับผิดชอบ / เจ้าของ
นายวรเมธ โยธาธรรมเลขานุการมูลนิธิพลังศรัทธาธรรม · หัวหน้าสำนักงาน
พระอาจารย์อาภาสิริ
พระอาจารย์อาภาสิริผู้ก่อตั้งมูลนิธิพลังศรัทธาธรรม และสถานชีวาภิบาลฯ · ประธานศูนย์ปฏิบัติธรรมมูลนิธิพลังศรัทธาธรรมอ่านประวัติพระอาจารย์
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เป็นศูนย์กลางสถานชีวาภิบาลภาคประชาชนที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และคุณธรรม มุ่งมั่นดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้สูงอายุ และโอบอุ้มพระสงฆ์อาพาธให้ได้รับการดูแลตามหลักพระธรรมวินัย ได้ละสังขารอย่างสงบในสมณเพศอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
พันธกิจ (Mission)

พันธกิจ

ศรัทธา

ดำเนินงานด้วยศรัทธาในคุณค่าของชีวิต และมุ่งมั่นอุปัฏฐากดูแลพระสงฆ์อาพาธตามหลักพระธรรมวินัย

บริการ

จัดบริการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ กาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

จิตอาสา

รวมพลังจิตอาสาและภาคส่วนต่าง ๆ ในชุมชน

บริหารจัดการ

บริหารจัดการสถานชีวาภิบาลอย่างยั่งยืน โปร่งใส และผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานสาธารณสุข

นโยบายขององค์กร (Policy)
  • คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ดูแลผู้ป่วยทุกคนด้วยความเคารพในคุณค่าและเกียรติยศแห่งชีวิต “มนุษย์ทุกคนล้วนมีเกียรติเสมอกันแม้ในยามเจ็บป่วย”
  • คุ้มครองสมณเพศพระสงฆ์อาพาธดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธอย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย เอื้ออำนวยให้พระสงฆ์ได้มรณภาพอย่างสงบในสมณเพศ
  • บริการฟรีเพื่อสังคมให้บริการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุทุกกลุ่มเป้าหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • มาตรฐานสาธารณสุขยึดมั่นการบริการตามเกณฑ์ประเมินและมาตรฐานสถานชีวาภิบาลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
พระพุทธรูปทองคำท่ามกลางแสงสว่าง
อัตลักษณ์องค์กร

“ศรัทธา บริการ จิตอาสา
เมตตาด้วยหัวใจ ดูแลด้วยศักดิ์ศรี
โอบอุ้มคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์”

กลุ่มเป้าหมาย

เราดูแลใครบ้าง

  • พระสงฆ์อาพาธ
  • ผู้ป่วยติดเตียง
  • ผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • ผู้มีภาวะพึ่งพิง
  • ผู้สูงอายุ
หลักการและเหตุผล

ทำไมจึงต้องมีสถานชีวาภิบาล

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ป่วยระยะสุดท้ายจึงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

1

ภาระของระบบสาธารณสุข

ผู้ป่วยที่สิ้นสุดการรักษาแล้วยังต้องการการดูแลต่อเนื่อง โรงพยาบาลต้องรองรับไว้จนวาระสุดท้าย ทำให้เตียงแออัดและลดโอกาสของผู้ป่วยวิกฤต

2

ภาระของครอบครัว

หลายครอบครัวต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพ จึงไม่สามารถหยุดงานหรือมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว

3

การดูแลพระสงฆ์อาพาธ

พระสงฆ์อาพาธบางรูปขาดผู้อุปัฏฐากที่วัด จนต้องจำใจลาสิกขา ทั้งที่ยังปรารถนาจะดำรงสมณเพศ

สถานชีวาภิบาล มูลนิธิพลังศรัทธาธรรม จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็น “สถานที่รองรับและดูแลผู้ป่วยที่สิ้นสุดการรักษาจากโรงพยาบาล” ช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลและครอบครัว มุ่งดูแลฟื้นฟูและประคับประคองสุขภาวะทั้งกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนมีเกียรติและศักดิ์ศรีเสมอกัน แม้ในยามเจ็บป่วย

อ่านเพิ่มเติม: บทบาทของสถานชีวาภิบาลตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุขขับเคลื่อนนโยบายสถานชีวาภิบาล (และกุฏิชีวาภิบาล) เพื่อบูรณาการการดูแลผู้สูงอายุ (Elderly Care) การดูแลระยะยาว (Long-Term Care) และการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) โดยเน้นความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคประชาสังคม

  • สะพานเชื่อมเติมเต็มระบบสุขภาพรองรับผู้ป่วยที่สิ้นสุดการรักษา เพื่อให้โรงพยาบาลคืนเตียงกลับมาใช้รักษาผู้ป่วยระยะเฉียบพลันได้อย่างเหมาะสม
  • รองรับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของครอบครัวเติมเต็มช่องว่างโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ป้องกันไม่ให้ครอบครัวต้องยากจนลงจากภาระการดูแลผู้ป่วย
  • ยกระดับสุขภาวะทางจิตวิญญาณและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยและพระสงฆ์อาพาธให้ได้รับการบรรเทาความทุกข์ทรมาน และมีสิทธิในการ “ตายดี” (Good Death) อย่างสงบและสมเกียรติ
Palliative Care

การดูแลของเรา

การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ แก่ผู้ป่วยที่สิ้นสุดการรักษา พระสงฆ์อาพาธ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีภาวะพึ่งพิง และผู้สูงอายุ อย่างได้มาตรฐานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

กายPhysical
จิตใจMental
สังคมSocial
จิตวิญญาณSpiritual
วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของเรา

รองรับและดูแลแบบประคับประคองแก่ผู้ป่วยที่สิ้นสุดการรักษาจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง

อุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธ ให้ท่านได้ดำรงสมณเพศและละสังขารอย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องจำใจลาสิกขา

แบ่งเบาภาระการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐ และลดภาระค่าใช้จ่ายและความเครียดของครอบครัวผู้ป่วย

ยกระดับและพัฒนาสถานชีวาภิบาลชุมชนให้ได้มาตรฐานกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

จัดให้มีสถานดูแล อาคารผู้ป่วย ที่พัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ และบริการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม

ส่งเสริมการศึกษา กีฬา และนันทนาการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป

มาตรฐานการดำเนินงาน

ได้รับการประเมินผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2568

ผู้มอบ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
การรับรอง
ผ่านการประเมินรับรองสถานชีวาภิบาลในชุมชนและองค์กรศาสนา ระดับพื้นฐาน
วันที่
22 กันยายน พ.ศ. 2568
Referral Network

เครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วย

ได้รับความไว้วางใจในการประสานงานและรับส่งต่อผู้ป่วยที่สิ้นสุดการรักษา ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยระยะสุดท้าย จากโรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด

  • โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา
  • โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์จังหวัดชัยภูมิ
  • โรงพยาบาลเกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • นิคมสร้างตนเองจังหวัดระยองจังหวัดระยอง
  • โรงพยาบาลบ้านเขว้าจังหวัดชัยภูมิ
  • เทศบาลตำบลเตาปูนอำเภอสอง จังหวัดแพร่
  • โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีกรุงเทพมหานคร
  • มูลนิธิเส้นด้ายกรุงเทพมหานคร
กสิกรไทย · กองบุญสงฆ์อาพาธฯ113-1-47827-1